วันนี้(วันที่ 20 ธันวาคม)เป็นวันที่สำคัญอีกวันหนึ่งของปะป๊า มะมี๊
เรา 2 คน มักจะมีวันสำคัญๆพิเศษเสมอ
และวันนี้ เมื่อ 12 ปีที่แล้ว เป็นวันที่ปะป๊าสารภาพกับมะมี๊ว่า ปะป๊าชอบมะมี๊ 
สมัยเด็กๆ เรามักจะถามคุณพ่อคุณแม่ว่า มารักกันได้ยังไง เจอกันที่ไหน แต่คุณพ่อคุณแม่มักจะอาย ไม่กล้าเล่าให้ฟัง หรือบางทีก็เล่าแบบข้ามๆ
มะมี๊เลยมาเล่าให้หนูฟังตอนนี้ แล้วเอาไว้หนูโตขึ้น ให้มะมี๊ลองเล่าอีกทีนะคะ จะได้เอาไว้เปรียบเทียบกัน ว่าเล่าเหมือนกันรึเปล่า ^v^
เริ่มมาจาก เมื่อ 13 ปีที่แล้ว สมัยปะป๊า มะมี๊ยังเรียน ม.ปลายกันอยู่
ปะป๊า มะมี๊เรียน ม.ปลายมาด้วยกัน ที่โรงเรียน มงฟอร์ตวิทยาลัย แถมอยู่ห้องเดียวกันอีกต่างหาก
มะมี๊ มาจากโรงเรียนพระหฤทัย ซึ่งเพื่อนพะ'ทัย ที่มาจากห้องเดียวกับมะมี๊แล้วมาอยู่มงฟอร์ตห้องเดียวกันมีคนเดียว คือน้ามิน
แต่มะมี๊ไม่ค่อยสนิทกับน้ามินเท่าไหร่ มะมี๊เลยนั่งข้างกับน้าน้ำมล เพราะรู้จักกันตอนเรียนพิเศษเตรียมเข้ามงฟอร์ต
ด้วยความที่ชื่อเหมือนกัน ก็เลยนั่งด้วยกัน
แรกๆ เพื่อนๆก็เรียก น้ำมลเรยีนา กับน้ำมลพระหฤทัย
หลังๆไปเรียก น้ำมลหลี กับน้ำมลตี่
แล้วก็เป็นเรื่องบังเอิญอีก ที่โต๊ะที่ปะป๊านั่ง อยู่ข้างหลังมะมี๊พอดีเลย ^^
ปะป๊ามาเล่าให้ฟังทีหลังว่า สะดุดตามะมี๊ ตรงที่ว่า ผู้หญิงคนนี้ผมสวยจัง
แล้วปะป๊าก็ทักมะมี๊ว่า ผู้หญิงอะไรใส่นาฬิกาใหญ่จัง
เพราะผู้หญิงคนอื่นเค้าจะใส่นาฬิกาเรือนเล็กๆกัน ตอนนั้น Swatch ดังมากๆ
นาฬิกาที่มะมี๊ใส่ เป็นนาฬิกาที่อากงซื้อให้มะมี๊ เป็นไซโกเรือนโต แล้วมะมี๊เอาไปเปลี่ยนสายเอง เพราะชอบใส่สายหนาๆใหญ่ๆ
เมื่อก่อน มะมี๊ออกจะเป็นเด็กห้าวๆหน่อย ไม่ค่อยกลัวใคร
ทีแรก ปะป๊าก็คิดจะจีบมะมี๊อยู่เหมือนกัน แล้วพอดี เพื่อนที่นั่งข้างๆปะป๊าจีบมะมี๊ก่อน ปะป๊าก็เลยไม่ได้จีบ
ระหว่างนั้น ก็มีหนุ่มๆทั้งรุ่นเดียวกัน และรุ่นพี่ มาจีบมะมี๊อยู่ประมาณ 10 กว่าคน แต่มะมี๊ก็ไม่ได้สนใจใคร ถือคติรักไม่ยุ่ง มุ่งแต่เรียน
ตลอด 3 ปีที่เรียนด้วยกันมา มะมี๊และปะป๊า ก็เป็นเพียงแค่เพื่อนร่วมห้องด้วยกันแค่นั้น

สมัยเรียน ก็มีเรื่องยอดฮิตคือ พี่ชายน้องสาว พี่สาวน้องชาย กันตามประสาวัยรุ่น
ปะป๊าก็มีน้องสาว มะมี๊ก็มีน้องชาย(คนเหนือเรียกน้องบ่าว)
ปะป๊า มะมี๊ ออกจะเขม่นกันเล็กน้อย เพราะต่างคนต่างก็คิดว่าอีกคนเจ้าชู้
มะมี๊กับเพื่อนๆ ตั้งกลุ่มขึ้นมา ชื่อกลุ่มคือ B.P. Group ย่อมาจาก Brother Pot Group แปลเป็นภาษาเหนือคือ หม้อน้องบ่าว ภาษากลางคือ หลีน้องชาย นั่นเอง

ส่วนปะป๊า ก็มีกลุ่มเหมือนกัน คือ 3 หนุ่มเจ้าสำอาง ปะป๊าจะมีท่าประจำยอดฮิต คือเสยผมแบบช้อนขึ้น ซึ่งมะมี๊แอบแซวปะป๊าอยู่บ่อยๆ
ตอนเบรค หรือบางทีก็ตอนกลางวัน มะมี๊กับเพื่อนๆในกลุ่ม จะแวะไปแจกจดหมาย sanrio ให้น้องๆ ก็จะโดนกลุ่มปะป๊าแซว
พอกลุ่มปะป๊า ไปจีบน้องสาว ก็จะโดนกลุ่มมะมี๊แซว
ตอนเข้ามามงฟอร์ต ทั้งปะป๊า และมะมี๊ เป็นเด็กกิจกรรมด้วยกันทั้งคู่

ปะป๊าชอบเล่นกีตาร์ ก็เลยตั้งวงดนตรีขึ้นมา แล้วก็เล่นตามงานโรงเรียน
ตอนประกวดร้องเพลงประสานเสียง ปะป๊าก็เป็น 1 ในมือกีตาร์ประจำห้อง
ส่วนมะมี๊ ก็เป็นเชียร์ลีดเดอร์

แล้วก็เรียนกันมาจนถึง ม.6 มีงานกีฬาสี มะมี๊และน้าปอม(pompampompam) ก็ช่วยกันชักจูงชักชวนเพื่อนๆ มาเป็นเชียร์ลีดเดอร์(จริงๆแล้วมะมี๊กับน้าปอมมีแผนชักชวนเพื่อนๆน่ารักๆมาเป็นหรีด แล้วจะช่วยสอนท่าให้ แต่มะมี๊กับน้าปอมจะไม่เป็นหรีดปีนี้ แต่แล้วก็โดนน้าปุ้มจับได้ น้าปุ้มบอกว่าถ้าพวกแกไม่เป็น ชั้นก็จะไม่เป็น ก็เลยต้องเป็นหรีดกันทั้งหมดนั่นแหละ)
แต่ที่ชวนยาก คือ เพื่อนๆผู้ชาย เพราะผู้ชายไม่ค่อยอยากจะเป็นหรีดกัน
แล้วเพื่อนยังคงที่จีบมะมี๊มาตั้งแต่ ม.4 ก็บอกว่าถ้าเป็นหรีดคู่กับมะมี๊เค้าก็จะยอมเป็น
แต่มะมี๊ไม่อยากเป็นคู่กับเค้า เพราะว่าอาย กลัวโดนเพื่อนๆแซว
น้าปอมก็เลยไปชวนปะป๊ามาเป็นเชียร์ลีดเดอร์ เพื่อให้คู่กับมะมี๊
ซึ่งปะป๊า ในตอนนั้นที่ไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว ก็เลยตอบตกลง
ตอนซ้อมหรีด ก็ต้องแวะเวียนไปตามบ้านเพื่อนๆ แล้วก็มีท่าต้องจับมือกัน คนอื่นๆที่เป็นคู่กัน บางคู่ก็เป็นแฟนกัน บางคู่ก็เป็นเด็กเรียบร้อย ก็ไม่มีใครกล้าจับมือกัน
ส่วนปะป๊า กับมะมี๊ ซึ่งไม่ได้คิดอะไรกัน ก็เลยจับมือกันให้เพื่อนๆดูว่าไม่เห็นมีอะไรเลย

ก็ซ้อมกันไป เตรียมงานกันไปเรื่อยๆ

จนจบกีฬาสี ซึ่งสีของปะป๊า มะมี๊ ก็ได้ที่ 1 ในปีนั้น พวกเราดีใจกันมากๆ เพราะทุกคนต่างร่วมมือร่วมใจกันมากๆ

ทั้งๆที่ฝนตก ทุกคนก็ร้องเพลง แล้วก็ออกไปหรีดอย่างไม่กลัวฟ้าฝน

หลังจากจบกีฬาสีก็ไม่มีอะไร ปะป๊า มะมี๊ก็ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม
พอจบ ม.ปลาย พวกเราเพื่อนๆมงฟอร์ตห้อง 3 ก็นัดกันไปเที่ยวทะเล ไปกันหลายคนมาก เดินทางโดยรถตู้ 2 คัน รถส่วนตัวอีก 1 คัน
มีผู้หญิงไปกัน 4 คนคือ มะมี๊ น้าปอม น้าปุ้ม น้าปรอย และ 1 ในกลุ่มผู้ชายก็มีปะป๊ารวมอยู่ด้วย
เที่ยวครั้งนั้นเป็นครั้งที่สนุกที่สุดที่ได้ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ กินเต็มที่ เที่ยวเต็มที่ นอนเต็มที่ แถมเที่ยวฟรีตลอดรายการ
มีวันนึงตอนไปเที่ยวทะเล สาวๆก็เล่นน้ำริมหาดไป แล้วปะป๊ากับเพื่อนอีกคนก็โชว์พาว เอาเจ็ทสกีมาขี่ ตอนนั้นเป็นช่วงที่เจ็ทสกีเข้ามาในเมืองไทยใหม่ๆ ซึ่งปะป๊าก็เคยไปเล่นมาก่อนแล้วเลยขี่เป็น
แล้วก็ขี่เล่นวนไปวนมาอวดสาวๆ(เห็นเพื่อนผู้ชายคนอื่นๆว่าอย่างนั้น)
แล้วปะป๊าก็มาชวนเพื่อนๆผู้หญิงไปขี่เล่นกัน พวกผู้หญิงก็ไม่กล้าขี่เอง เลยขอซ้อนท้าย
ปะป๊ากับเพื่อนอีกคนก็เลยผลัดกันเอาสาวๆซ้อนท้ายเจ็ทไปวนคนละรอบ 2รอบ
แล้วมะมี๊ก็ได้ซ้อนท้ายเจ็ทปะป๊าเป็นครั้งแรก
ด้วยความที่มะมี๊เป็นคนชอบอะไรที่ผาดโผนอยู่แล้ว ก็เลยชอบอกชอบใจใหญ่ ยิ่งสนุก ปะป๊าก็ยิ่งขี่เร็วๆ เลยต้องเกาะปะป๊าไว้แน่นๆ
หลังจากเที่ยวกันมาหลายวันหลายคืน พอกลับมา ต่างคนก็ต่างไปเรียนคณะ แล้วก็มหาวิทยาลัยของแต่ละคนไป
ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ปะป๊า มะมี๊ก็เรียนที่เดียวกัน คือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่คนละคณะ
ปะป๊าเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ ส่วนมะมี๊เรียนคณะเศรษฐศาสตร์

แต่มีสิ่งที่น่าประหลาดใจอยู่อย่างหนึ่ง คือรหัสตัวเลขนักศึกษาของเราเป็นเลขชุดเดียวกัน
รหัสนักศึกษาของปะป๊า คือ 3806013 ส่วนของมะมี๊คือ 3816030
ต่างคนต่างเจอพิธีรับน้องโหดๆ ต่างคนต่างเรียน ก็ไม่ได้เจอกัน
แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ที่มงฟอร์ตมีงานกีฬาสี มะมี๊ก็ไปเชียร์น้องบ่าวมะมี๊ที่เป็นเชียร์ลีดเดอร์

ส่วนปะป๊าก็ไปเชียร์น้องสาวปะป๊าที่เป็นหรีดเช่นกัน
ต่างคนต่างเจอกัน ต่างคนต่างเขม่นกัน หมั่นไส้กันเล็กน้อย หุหุ
แล้วก็กลับมาต่างคนต่างเรียน ก็ไม่ได้อะไร
ตอนเข้ามหาลัย รุ่นพี่ก็ให้มะมี๊เป็นเชียร์ลีดเดอร์อีก มะมี๊ไม่อยากเป็นเลย เพื่อนๆก็ไม่มีใครอยากเป็น จวนจะถึงวันงานแล้ว แต่ยังหาคนมาเป็นไม่ได้เลย
มะมี๊เจอบทโหด รุ่นพี่โกรธทำหน้าบึ้งใส่ ด้วยความกลัวรุ่นพี่โกรธ เลยจำใจต้องเป็น
มาซ้อมเอาวันใกล้ๆ เพราะปีนี้เป็นปีพิเศษ จะมีงานซีเกมส์ที่เชียงใหม่ตอนเทอม 2
งาน sport day จึงมีเทอม 1
พอวันจริง มะมี๊ยังจำท่าได้ไม่หมดเลยอ่ะ แหะๆ

ตอนที่เป็นหรีด ก็ไม่มีหนุ่มๆมาเชียร์เลย เพราะตอนนั้นยังไม่มีแฟน
เคยถามปะป๊า ปะป๊าบอกว่าปีนั้นปะป๊าไม่ได้ไป เพราะปะป๊าโดดเชียร์...ซะงั้น -_-"
ต่อมาวันหนึ่ง มะมี๊กับเพื่อนๆ นั่งกันอยู่ที่ออฟฟิศของเด็กสาธิต ตรงหน้าห้องสมุดกลาง ซึ่งเป็นที่สิงสถิตของกลุ่มมะมี๊อยู่เป็นประจำ
แล้วก็เห็นรถฮอนด้าซีวิคสีเขียวบาดตาของปะป๊าเข้ามาจอด
ทีแรกก็ไม่ได้เอะใจอะไร พอดีหันไปเห็นปะป๊าลงมาจากรถ
ด้วยความเป็นคนอัธยาศัยดี มะมี๊เลยเข้าไปทักปะป๊า แล้ววันนั้นก็เจอเพื่อนเก่าจากมงฟอร์ตห้องเดียวกันอีกหลายคน
ด้วยความที่เป็นเพื่อนห้องเดียวกัน มาเจอกันในมหาวิทยาลัยก็ดีใจกันเป็นธรรมดา แล้วก็เลยนัดดูหนังกัน นัดวันเวลาสถานที่กันเรียบร้อย
จำได้ว่านัดกันดูเรื่อง Apollo 13 ที่โรงภาพยนต์วิสต้า กาดสวนแก้ว
แต่พอถึงวันนัด มีแต่ปะป๊า กับมะมี๊ไปกัน 2 คน เพื่อนๆคนอื่นๆเบี้ยวนัดกันหมด ติดแล็ปมั่ง ติดประชุมมั่ง
มะมี๊ถามปะป๊าว่าเอาไงดี ปะป๊าก็บอกงั้นก็แล้วไป มาแค่นี้ก็ดูกันแค่นี้ก็ได้
วันนั้น มะมี๊เจอเพื่อนอี๊อ้อด้วย เค้าเห็นมะมี๊มาดูหนังกับปะป๊ากัน 2 คน มะมี๊ก็กลัวเค้าเข้าใจผิดนึกว่ามะมี๊เป็นแฟนกับปะป๊า จำได้ว่าตอนนั้นยังไปอธิบายให้อี๊อ้อฟังอยู่เลย
และนั่นก็เป็นหนังเรื่องแรก ที่ปะป๊าดูกับมะมี๊ 2 คนเป็นครั้งแรก
ซึ่งปะป๊าก็ได้ซื้อแผ่น LCD(สมัยนั้นฮิตมาก)เก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย เอาไว้หนูโตขึ้นแล้วมาขอดูเอานะคะ
หลังจากนั้น ปะป๊าก็โทรศัพท์มาคุยกับมะมี๊ที่บ้านเป็นระยะๆ คุยกันประสาเพื่อนปกติ เล่าให้กันฟังถึงชีวิตในมหาวิทยาลัย
ซึ่งมะมี๊ มีเพื่อนสนิทในคณะเดียวกันอยู่ 12 คน เรียกว่ากลุ่ม twelve monkey แล้วก็เป็นกลุ่มที่ป่วนมาก มีวีรกรรมเยอะแยะ
แล้วก็หนีเที่ยวอยู่บ่อยๆ(แต่ตอนเรียนมะมี๊ก็ตั้งใจน๊า)
ช่วงปี 1 นี่จะเที่ยวกันบ่อยมาก มะมี๊กับเพื่อนๆในกลุ่มก็สนิทสนมกันเป็นอย่างดี เวลาไปไหนมาไหนก็จะยกกันไปเป็นขโยง
พอปิดเทอมก็จะชวนกันไปเที่ยวที่ต่างๆ มีปีนึงไปทั้งภูเขาและทะเล เที่ยว 10 วันรวด
เกือบไปตายที่ภูกระดึง ทางขึ้นโหดมากๆ แล้วก็ไปทะเลต่อเลย กระเป๋าเลยใบใหญ่มากๆ

ส่วนปะป๊า ก็มีเพื่อนผู้ชาย แก๊งค์เด็กวิดวะของเค้า เที่ยวเล่น กินเหล้า เล่นไพ่กันตามประสาผู้ชาย
ตกเย็นมา ปะป๊าก็โทรมาคุยกับมะมี๊เรื่อยๆ เล่าให้ฟังว่าวันนี้ไปทำไรมามั่ง แต่ก็ไม่ได้คุยกันทุกวันหรอกนะ
แล้วอยู่มาวันนึง มะมี๊ก็ปรึกษาปะป๊า ว่าอยากเรียนเทควันโด เพราะด้วยความที่เป็นผู้หญิงคนเดียว แฟนก็ไม่มี เวลาเกิดเรื่องอันตรายจะได้ป้องกันตัวเองได้ จริงๆก็แค่จะปรึกษาเฉยๆ ไม่ได้คิดจะไปเรียนอะไรจริงจังหรอก
แล้วปะป๊าก็แนะนำให้ไปเรียนเทควันโดที่ YMCA บอกว่าได้ข่าวว่าอาจารย์ที่นี่เก่ง
ปะป๊าก็โทรมาชักจูง คะยั้นคะยอให้ไปเรียน บอกว่าไปเรียนสิ จะได้ไปเรียนด้วย
จนวันนึง มะมี๊ก็ชวนน้าปุ้ม เพื่อนมงฟอร์ตที่เรียนคณะเดียวกันไปเรียนเทควันโดด้วย
วันแรกที่ไปเรียน รู้สึกโดนหลอกอย่างแรง คนที่เริ่มเรียนใหม่ๆต้องใส่สายขาวใช่มั๊ยคะ มะมี๊กับเพื่อนๆไปวันแรกก็ใส่ชุดวอร์มเพราะยังไม่มีชุด แต่ปะป๊านี่สิ มาเรียนก็ใส่สายสีฟ้ามาแล้ว แสดงว่าปะป๊าเรียนไปหลายขั้นแล้ว
เทควันโดจะเรียงสีอย่างนี้นะคะลูก ขาว เหลือง เขียว ฟ้า น้ำตาล แดง ดำ
ปะป๊าเรียนมาก่อนแล้วก็ไม่ยอมบอกมะมี๊ เสียหน้าอย่างแรง นึกว่าจะมาเริ่มเรียนด้วยกัน ตอนนั้นโกรธปะป๊านิดๆ
ปะป๊าเลยใช้วิกฤตให้เป็นโอกาส แวะเวียนมาสอน จัดแจงท่าทางให้มะมี๊กับน้าปุ้มอยู่เรื่อยๆ
จำได้ว่าเรียนตอนเย็น สัปดาห์ละ 3 วัน เรียนตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึง 2 ทุ่ม
พอเรียนเสร็จ ปะป๊าก็จะชวนไปกินข้าวกันต่อเสมอๆ ก็ไปกินกัน 3 คนมาตลอด
เรียนไปซักพัก จนได้ชุด มะมี๊ก็ชอบก็เลยเรียนต่อไปเรื่อยๆ แต่น้าปุ้ม รู้สึกไม่ค่อยชอบก็เลยเลิกเรียนไป
ปะป๊าเล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นตัดสินใจอยู่ว่าจะจีบใครดี เพราะว่าน่ารักกันทั้งคู่ ^v^
แล้วปะป๊าก็เลือกจีบมะมี๊ มะมี๊เคยแซวปะป๊าว่า ปะป๊าน่าจะจีบน้าปุ้มนะ เพราะป่านนี้น้าปุ้มยังไม่ได้แต่งงานเลย มะมี๊น่ะ หาเมื่อไหร่ก็ได้ อิอิ
พอน้าปุ้มเลิกเรียนไป ก็เลยเหลือปะป๊า มะมี๊มาเรียนกัน 2 คน พอเลิกเรียนก็ไปกินข้าวกันปกติ ก็ไปไหนมาไหนกัน 2 คนบ่อยๆ จนเริ่มมีข่าวลือว่าปะป๊ามะมี๊เป็นแฟนกัน
จำได้ว่าน้าฟางเคยมาถาม ว่า "โอ๋ๆๆๆ โอ๋เป็นแฟนกับฮวดเหรอ"(ฉายาปะป๊า)
มะมี๊ก็รีบปฏิเสธทันควันว่า "จะบ้าเหรอ จะไปเป็นแฟนกับมันได้ไง แค่เรียนเทควันโด แล้วก็ไปกินข้าวด้วยกันเฉยๆ ไม่มีอะไรหรอก"
หลังๆมา มะมี๊เลยต้องกลืนน้ำลายตัวเอง
หลังจากนั้นไม่นาน ปะป๊าก็เริ่มโทรหามะมี๊บ่อยขึ้น แรกๆก็บอกว่าจะไม่โทรทุกวันหรอกนะ เพราะเมื่อก่อนมีแฟน โทรหาเค้าทุกวัน พอวันไหนไม่โทรไปก็โดนด่า แต่หลังๆ กลายเป็นปะป๊าโทรมาหามะมี๊ทุกวันเอง หุหุหุ
นอกจากโทรหาแล้วก็ชวนไปโน่นไปนี่ ชวนไปดูหนังกัน อ้างว่าไม่มีเพื่อนดูด้วย
พอปิดเทอม เพื่อนๆเก่ามงฟอร์ตก็นัดกันไปเที่ยวเชียงรายกัน ไปพักบ้านพักของป้าหยิน
ก็มีเพื่อนผู้หญิงไปเที่ยวด้วยอีกหลายคน เพื่อนผู้ชายก็มากันหลายคน รวมทั้งปะป๊าด้วย

แล้วตอนเย็น เพื่อนผู้ชายคนที่เคยจีบมะมี๊ก็มาด้วย ตอนนั้นเค้าเริ่มรู้ระแคะระคายแล้วว่าปะป๊ามาจีบมะมี๊
มะมี๊กับปะป๊าที่เล่นกันมาตลอด พอเค้ามา มะมี๊ก็เริ่มตีตัวออกห่าง เพราะว่าเกรงใจเพื่อนคนนั้นด้วย
ตอนกลางคืน พวกผู้ชายก็เล่นไพ่กันไม่หลับไม่นอน พวกผู้หญิงก็มาเล่นสลาฟกินน้ำกัน
ปะป๊าเล่นไพ่กับเพื่อนๆซักพักก็เข้ามาในห้อง แล้วก็บอกว่าเบื่อละ แล้วก็มาเล่นสลาฟกับเพื่อนๆผู้หญิง ปะป๊าเล่นเก่งมาก ชนะติดๆกันมาตั้งหลายตา
เลยเริ่มมีการท้ากันเกิดขึ้น ปะป๊าบอกว่า ถ้าปะป๊าชนะครบ 10 ตาติดกัน ปะป๊าสามารถเลือกหอมแก้มใครก็ได้ในวงนี้ แล้วปะป๊าก็ทำตาเจ้าเล่ห์มาให้มะมี๊
ท้าอย่างนี้ขี้โกงนี่นา สาวๆก็ไม่ยอม ต่างคนต่างช่วยกันล้มคิง แต่ปะป๊าก็ชนะมา 9 ตารวด จนเหลืออีกครั้งเดียวปะป๊าจะชนะ แล้วในที่สุด มะมี๊ก็เป็นคนล้มคิงได้ในตาสุดท้าย ฮ่าๆๆ ปะป๊าเลยอดหอมแก้มสาวเลย
(มารู้ทีหลังว่าปะป๊าตั้งใจว่าถ้าชนะจะหอมแก้มมะมี๊ รู้อย่างนี้ให้ปะป๊าชนะก็ดี 555)
ปะป๊าเล่นกีตาร์ได้ ก็เลยเอากีตาร์มาเล่นให้สาวๆร้อง จนเพื่อนๆผู้ชายคนอื่นชักหมั่นไส้ หาว่าปะป๊าเอาใจแต่เฉพาะสาวๆ(นิสัยปะป๊าเค้าเลยล่ะ)

ตอนขากลับ รถตู้มาส่งมะมี๊ที่บ้าน เพื่อนคนนั้นเค้าก็ลงมาส่งมะมี๊ที่บ้าน มะมี๊ก็ยอมให้เค้าไปส่งแต่โดยดี
ปะป๊าก็มีมารยาท ไม่ลงมาส่งมะมี๊ ตอนมะมี๊จะเข้าบ้าน ก็เหลือบไปมองปะป๊า ปะป๊าใส่หมวกแก๊ปแล้วก็ก้มหน้า พอมองไป ปะป๊าก็มองมาที่มะมี๊แล้วก็ยิ้มให้ ตอนนั้นปะป๊าดูเท่ห์ระเบิดไปเลย^^
พอปี 1 เทอม 2 มะมี๊ก็เริ่มไปกับปะป๊ามากขึ้น ไปกินข้าว ดูหนัง ตามที่ปะป๊าชวน ก็เพื่อนกัน ไม่ได้คิดไรมาก แล้วมะมี๊ก็เริ่มห่างจากเพื่อนๆ ในกลุ่ม เป็นไปไหนกับปะป๊าบ่อยขึ้น

ปะป๊าจะมารับมะมี๊ที่นี่เสมอ(รูปนี้มีปะป๊าติดมาโดยบังเอิญ อิอิ)
ตอนนั้นมีรุ่นพี่มาจีบ แต่มะมี๊ไม่ค่อยชอบ ก็เลยให้ปะป๊ามารับที่หน้าคณะ ให้รุ่นพี่เห็น เค้าจะได้คิดว่ามีแฟนแล้วจะได้เลิกจีบ แล้วก็ได้ผลจริงๆ
พอคุยโทรศัพท์ ไปไหนมาไหนด้วยกันนานๆเข้า ก็กลายเป็นความสนิทสนม แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นแฟนกัน เหมือนเพื่อนสนิทที่รู้ใจกันมากกว่า
มีอยู่วันนึง มะมี๊กับมะม๊าของมะมี๊ หรือคุณยายของหนูนั่นเอง ไปทำใบขับขี่กัน เพราะมะมี๊อายุถึงเกณฑ์แล้ว ขับรถมาก็หลายปี ไม่มีใบขับขี่ซักที ไม่อยากโดนตำรวจปรับอีกแล้ว
แล้วพอปะป๊าโทรมาที่บ้าน ป๊ะป๋าของมะมี๊ หรืออากงของหนูก็บอกว่ามะมี๊ไปทำใบขับขี่ ปะป๊ากับเพื่อนก็เลยรีบตามไปที่ขนส่งจะไปทำใบขับขี่ด้วย
มะมี๊เห็นปะป๊าวิ่งตาลีตาเหลือกเข้ามาแล้วอดขำไม่ได้ ปะป๊าทำเป็นเก็ก ประมาณว่า ชั้นไม่ได้ตามเธอมานะ ชั้นบังเอิญมาวันเดียวกันต่างหาก
แล้วมะมี๊ก็สอบผ่าน แต่คุณยายสอบไม่ผ่าน ปะป๊าเลยให้แม่หรืออาม่าของหนูวิ่งเต้นให้ แล้วคุณยายก็ได้ใบขับขี่วันนั้นเลย(เป็นการเอาใจว่าที่แม่ยายได้อย่างน่าประทับใจ)
ได้ผลค่ะ หลังจากนั้นคุณยายก็เริ่มถามว่าปะป๊าเป็นใคร อ๋อ คนนี้เหรอที่โทรมาคุยทุกวัน แล้วคุณยายก็เริ่มเชียร์ปะป๊า
มะมี๊ก็บอกคุณยายว่าไม่ได้คิดอะไร เพื่อนกันๆ
จากนั้นปะป๊าก็ทำคะแนนต่อเนื่อง เทียวรับเทียวส่ง หมั่นชวนไปทานข้าว ชวนไปดูหนัง ว่างเป็นไม่ได้ ชวนดูหนังตลอด ช่วงนั้นรู้สึกจะดูทุกเรื่องที่เข้าโรงเลย ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด จนมะมี๊เริ่มมีใจเอนเอียงมาทางปะป๊านิดหน่อยแล้ว ด้วยความที่เราเป็นเพื่อนกันมาก่อน ก็เลยคุยกันได้ทุกเรื่อง รู้ทุกแง่มุมของกันและกัน แล้วก็สนิทกันเร็วด้วย
และแล้วก็มาถึงวันนั้น วันที่ 20 ธันวาคม 2538 ตอนเย็นปะป๊าก็ชวนมะมี๊ไปทานข้าวเหมือนเคย แล้วปะป๊าก็เกริ่นว่ามีอะไรจะบอก
จนทานข้าวเสร็จ ปะป๊าก็มาส่งมะมี๊ที่รถที่จอดอยู่ในคณะ มะมี๊ก็ถามปะป๊าว่าจะบอกอะไร(ในใจก็รู้อยู่แล้วแหละ ว่าปะป๊าต้องบอกขอคบกับมะมี๊แน่)
แต่ปะป๊าก็ลูบพวงมาลัยไปๆมาๆอยู่นั่นแหละ แล้วก็รวบรวมความกล้าที่จะบอกไม่ได้
มะมี๊ก็เลยบอกว่า งั้นไปละนะ บ๊ายย บายย
แล้วมะมี๊ก็ขึ้นรถ แล้วสตาร์ทออกไป ตอนขับรถออกไปก็หันมองกระจกหลัง เห็นปะป๊าก้มลงเอาหัวชนพวงมาลัย
มะมี๊ก็ขับรถไปแล้วใจก็เป็นห่วงปะป๊า กลัวว่าปะป๊าจะทำอะไรโง่ๆลงไป
กำลังจะออกจากมหาลัยอยู่แล้ว มะมี๊ก็เลี้ยวรถกลับมาที่เดิม ที่ที่ปะป๊าจอดรถอยู่ ปรากฏว่าปะป๊าไม่ได้โง่อย่างที่คิด รถปะป๊าไม่อยู่แล้ว แป่ววว
แล้วมะมี๊ก็คิดไปต่างๆนานาว่าปะป๊าจะไปโดดน้ำป่าว ไปโน่นไปนี่รึเปล่า ก็เลยขับรถวนหาปะป๊าทุกๆที่ที่นึกออก แต่ก็ไม่เจอปะป๊า
มะมี๊ก็เลยขับรถกลับบ้าน
ปรากฏว่าตอนเลี้ยวเข้าบ้าน ก็เห็นรถปะป๊าจอดรอหน้าปากซอย
มะมี๊ก็ขับรถเลยไปแล้วมองกระจกหลัง ปะป๊าก็โบกมือให้กลับมาก่อน
แล้วปะป๊าก็ถามว่าไปไหนมา มารอตั้งนานแล้ว ทำไมกลับมาช้าจัง
มะมี๊ก็บอกว่าไปโน่นไปนี่(ใครจะไปบอกว่าขับรถไปตามหาแกนั่นแหละ ล่ะ อิอิ)
ปะป๊าบอกว่าตั้งใจไว้แล้วว่าจะพูด ยังไงก็ต้องพูดวันนี้แหละ
มะมี๊ก็ถามกลับไปว่า จะพูดอะไรล่ะ
ปะป๊าก็บอกว่า คุณก็รู้อยู่แล้วนิว่าชั้นจะพูดว่าอะไร
มะมี๊ก็บอกว่า ก็จะพูดว่าอะไรล่ะ
ปะป๊าก็บอกว่า คุณอ่ะ อย่าแกล้งกันดิ
มะมี๊ก็บอกว่า ไม่ได้แกล้ง ก็จะพูดว่าอะไรล่ะ
ปะป๊าก็อาย ไม่กล้าพูด แล้วก็เงียบไปพักนึง รู้สึกจะเป็นความเงียบที่น่าอึดอัดมาก
จากนั้นปะป๊าก็พูดทำลายความเงียบขึ้นมาว่า "ชั้น เอ่อ...ชั้นชอบคุณ เรามาเป็นแฟนกันมั๊ย"
คราวนี้ล่ะ มะมี๊เป็นฝ่ายอายแล้วก็เงียบบ้าง ในรถมะมี๊มีลูกบาสเก็ตบอลอยู่ มะมี๊ก็หยิบมาถือหมุนไปหมุนมาอยู่นั่นแหละ
แล้วปะป๊าก็พูดทำลายความเงียบขึ้นมาว่า "ชั้นพูดไปแล้วนะ ตาคุณพูดมั่งสิ"
มะมี๊ก็อายๆ ก้มหน้านิดๆ แล้วก็ตอบไปว่า "ชั้นยังไม่มั่นใจในตัวคุณเลย เราลองคบๆกันไปดูก่อนมั๊ย"
แล้วปะป๊าก็ถามกลับมาว่า "ไม่มั่นใจอะไรล่ะ ชอบหรือไม่ชอบตรงไหนของชั้น"
มะมี๊ก็บอกไปว่า "ไม่ได้ชอบ แล้วก็ไม่ได้ไม่ชอบ ตอนนี้มัน 50:50 อยู่น่ะ"
แล้วปะป๊าก็ถามว่า "ยังไงน่ะ 50:50"
มะมี๊ก็เลยบอกไปว่า "เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน โอ๋จะเริ่มให้คะแนนคุณ เริ่มจาก 50 ละกัน แล้วคะแนนครบร้อยเมื่อไหร่ เราค่อยมาเป็นแฟนกัน" มะมี๊จะให้เวลาปะป๊าพิสูจน์ตัวเอง ว่ารักมะมี๊จริงรึเปล่า แล้วก็เลิกเจ้าชู้รึยัง
ปะป๊า " OK. ตกลงตามนั้น"
แล้วปะป๊าก็บ๊ายบายแล้วรอให้มะมี๊ขับรถไปถึงบ้านและเข้าบ้านให้เรียบร้อย แล้วปะป๊าค่อยขับรถออกไป
ปล่อยให้ใจของมะมี๊เต้นโครมครามอยู่ข้างในอยู่อย่างนั้นแหละ
หลังจากนั้นมา ปะป๊าก็รุกหนักขึ้น มารับมาส่งทุกวัน พาไปกินข้าว ดูหนัง ช่วยทำการบ้าน พาไปซื้อของ ช้อปปิ้ง ส่งโน้ตน่ารักๆมาที่รถมั่ง มีดอกไม้ที่ปั้นมาจากแป้งขนมปังในขวดแก้วมาเหน็บไว้ที่หน้ารถมั่ง(มะมี๊มีการเอาไปอวดปะป๊าว่ามีหนุ่มเอามาให้ เพราะว่าเหน็บกระดาษโน้ตวิศวะมาให้ด้วย ปะป๊ามาบอกทีหลังว่า คิดว่ามีคนอื่นมาจีบมะมี๊เหรอ แหมม ไม่รู้อะไรเลย เหอๆๆ)
ปะป๊าจะมีโน้ตน่ารักๆมาเสมอ
"ไปดูหนังกันมั๊ย เรโกะจัง จาก จิ้งจอกเจ้าเล่ห์"
"ตั้งใจเรียนนะเรโกะจัง จาก จิ้งจอกเจ้าเล่ห์"
etc.
เรโกะจัง เป็นฉายาที่ปะป๊าเรียกมะมี๊ เพราะว่ามะมี๊ชอบตัวเรโกะของ Rururu เมื่อก่อนการ์ตูนตัวนี้ดังมาก แล้วก็รู้สึกว่าคล้ายตัวของมะมี๊มาก 555
ส่วนจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ เป็นฉายาที่มะมี๊เรียกปะป๊า เพราะตาปะป๊าเหมือนหมาจิ้งจอกเลย แถมชี้ขึ้น ดูเจ้าเล่ห์อีกต่างหาก
ปะป๊าก็ถามหาคะแนนทุกวัน
มะมี๊ก็ให้ 1 คะแนนมั่ง 2, 3 คะแนนมั่ง จนหลังๆปะป๊าถามทุกวัน คะแนนชักจะขึ้นเร็วไป มะมี๊เลยให้ 0.5, 0.2 มั่ง
บางครั้งปะป๊าเกเร ไปเที่ยวกับเพื่อน หรือเล่นไพ่ มะมี๊ก็หักคะแนนมั่ง หัก 2 คะแนน 5 คะแนน จนปะป๊าโอดครวญไปหลายหน
และแล้วก็ถึงวันนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2539 มะมี๊ก็คิดว่าปะป๊าได้พิสูจน์ตัวเองมาพอสมควรแล้ว และคะแนนปะป๊าก็ใกล้ 100 คะแนนแล้ว
จำได้ว่าวันนั้น มะมี๊อ่านหนังสืออยู่ในห้องสมุดกลาง เพราะใกล้สอบแล้ว ระหว่างนั้นก็มีหนุ่มๆทยอยกันถือช่อดอกไม้มาให้สาวๆในห้องสมุดกัน
มะมี๊ก็ฝันหวานว่าปะป๊าจะเอาดอกไม้ขึ้นมาให้
แล้วซักพัก เสียงเพจเจอร์มะมี๊ก็ดัง "อยู่ไหนน่ะ มาหาที่หอหน่อย จาก จิ้งจอกเจ้าเล่ห์"
มะมี๊ก็เลยออกจากห้องสมุดมา แล้วก็ขับรถมาหาปะป๊าที่หอ 6 ชาย ที่สิงห์สถิตของปะป๊าแอนด์เดอะแก๊งค์
มาถึง นึกว่ามีอะไร ปะป๊าหอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่เอามาให้มะมี๊ที่รถ
มะมี๊ดีใจ แต่ไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ ที่ปะป๊าไม่ได้เอาไปให้มะมี๊ที่ห้องสมุด
เลยบ่นปะป๊าไปว่านี่อะไร จะเอาดอกไม้ให้สาว แล้วเรียกสาวให้มาเอาเองเนี่ยนะ
ปะป๊าก็บอกว่า ก็มันอายนิ ทีแรกก็ว่าจะเอาไปให้อยู่ แต่ไม่กล้าพอ
และแล้ววันนั้น คะแนนปะป๊าก็เต็มร้อย(จริงๆน่าจะหักซัก 50 คะแนนเนอะ)
แล้วปะป๊า มะมี๊ก็เริ่มคบกัน ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
ตอนปี 2 มะมี๊ไปเรียน Jazz Dance ที่โรงเรียนคีตาการดนตรี ปะป๊าก็ตามไปเรียนกีตาร์ด้วย(ทั้งๆที่ปะป๊าก็เล่นเก่งอยู่แล้ว ปะป๊าบอกว่าไปเรียนเทคนิคเพิ่ม)
ตอนมะมี๊ซ้อมเต้นอยู่ เพื่อนที่เรียนกีตาร์กับปะป๊าก็ไปแอบดูสาวๆเต้น แล้วก็วิ่งหน้าตาตื่นมาบอกเพื่อนๆในห้องว่า ไปดูที่ห้องเต้นสิ คนเสื้อแดงน่าฮักขนาด(น่ารักมากๆ)
ปะป๊าก็หันไปมอง(ทีแรกนึกจะมองสาวน่ารักๆ)แต่พอมองไป อ้าว แฟนเรานี่หว่า ปะป๊าก็ยิ้มๆแล้วก็ซ้อมกีตาร์ต่อไป
พอมะมี๊เต้นเสร็จก็แวะมาหาปะป๊าที่ห้อง เพื่อนปะป๊าเหวอไปเลย อิอิ
จากนั้นมะมี๊ก็บอกปะป๊าว่าอยากเรียนตีกลอง ปะป๊าก็บอกว่ามาเรียนกีตาร์ดีกว่า เวลาไปทะเลจะได้เล่นได้
มะมี๊ก็เลยไปลงเรียนกีตาร์คลาสสิค เพราะชอบแนวคลาสสิคมากกว่า ก็เข้าทางปะป๊าอีก ปะป๊าเล่นเป็นอยู่แล้ว เลยทำมาเป็นสอนมะมี๊เล่นด้วย
แต่มะมี๊จำตัวโน้ตไม่เก่ง เรียนไปได้ซักพัก พอเริ่มโน้ตพร้อมกันหลายๆตัว มะมี๊ก็ชักไม่ไหว เลยเลิกเรียนไป
ส่วนเทควันโดก็เรียนต่อมาอีกระยะนึง จนสอบสายเหลืองได้ มะมี๊สอบได้ A ด้วยนะลูก แล้วคิดไปคิดมา มีปะป๊าเก่งอยู่แล้ว ไม่เป็นไร เลยเลิกเรียนซะงั้น เหอๆๆ(มีแฟนแล้วเลิกเรียนเลย)
ส่วนปะป๊าก็เรียนต่อไปเรื่อยๆ จนสอบได้สายดำจนได้(อีกหน่อยถ้าใครมาแกล้งหนู ก็บอกให้ปะป๊าจัดการได้เลยนะคะ)

วันสอบ มะมี๊ก็ไปให้กำลังใจปะป๊าเหมือนเคย ^v^
แล้วมะมี๊ก็เริ่มเรียน flute ที่อะมาดิอุส คุณครูที่สอนเป็นคุณครูสอนกลอง แล้วก็มาสอนฟลุ้ทด้วย มะมี๊เรียนไปโดยยืมอุปกรณ์คุณครู แล้วคุณครูก็สอนนักเรียนหลายห้องด้วย เราจ่ายเต็มชั่วโมง แต่ครูอยู่กับเราไม่เต็มชั่วโมง เรียนๆไปก็ชักเบื่อ ตอนนั้นรู้สึกว่าครูไม่ค่อยเอาใจใส่ก็เลยเลิกเรียน แล้วก็มาเรียนอีกทีตอนทำงานแล้วเนี่ย
มะมี๊เรียนพิเศษหลายอย่างมาก จนป้าแสงดาว เพื่อนมะมี๊ให้ฉายาว่า เจ้าแม่เรียนพิเศษเลยอ่ะ อิอิ
ก็ช่วงเรียนมหาลัยมันว่าง เลยต้องหาอะไรทำ แต่ก็ไม่ลืม ว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องเรียน ซึ่งมะมี๊ก็ทำได้ดีพอควร
ส่วนปะป๊าก็เล่นกีตาร์ อยู่ชมรมดนตรีของคณะ ชมรมอาสาฯ ชมรมโน่นนี่เต็มไปหมด แต่หลักๆก็เล่นดนตรี มีอำนาจสั่งการประธานชมรมดนตรี ส่วนมะมี๊ก็มีอำนาจสั่งการผู้อำนวยการชมรมดนตรีอีกต่อหนึ่ง อิอิ
เวลาส่วนใหญ่หลังจากเรียน มะมี๊ก็ไปดูปะป๊าซ้อมดนตรี พอมีงานอะไร ปะป๊าก็จะไปเล่นให้ โดยเฉพาะคณะวิศวะฯ มีงานบ่อยมาก ปะป๊าต้องเล่นดนตรีตลอด
บางที นักร้องขาด มะมี๊ก็ไปเป็นนักร้องจำเป็นให้วงปะป๊าเป็นบางที(ปะป๊าจะเลี่ยงถ้าเลี่ยงได้)
ช่วงวัยรุ่นส่วนใหญ่ มะมี๊ก็อยู่ในห้องซ้อมดนตรีนี่แหละ
ตอนปี 2 ปะป๊าได้เป็นวาทยากร คุมน้องๆปี 1 ร้องเพลงประสานเสียงในวัน Sport Day พอตอนกลางคืนก็จะมีงาน Ent' Night ปะป๊าก็ต้องเล่นดนตรี ปะป๊าก็เรียกให้มะมี๊ไปดู
แล้วปะป๊าก็ร้องเพลงเพลงนึงให้มะมี๊ฟัง ระหว่างร้องก็ส่งตาหวานซึ้งมาที่มะมี๊ตลอดเลย จำได้ว่าเป็นเพลงพี่เบิร์ด แต่จำชื่อเพลงไม่ได้แล้วแฮะ -_-"
ตอนนั้นปะป๊าเท่ห์ระเบิดไปเลย มะมี๊หลงรักปะป๊าเข้าเต็มเปา
มีวันเกิดปีนึง ปะป๊าแต่งเพลงแล้วก็ร้องอัดเทปให้เป็นของขวัญวันเกิดมะมี๊ด้วย เป็นของขวัญวันเกิดที่ไม่เหมือนใครจริงๆ ^v^
แล้วคณะวิศวะฯก็จะมีงาน Soul ปะป๊าก็พามะมี๊ไปในปีที่ 2 กับปีที่ 4

ที่จริงงานนี้สาวๆคนอื่นเค้าอยากไปกัน แต่มะมี๊ไม่ค่อยอยากไป เพราะไม่อยากไปโชว์ตัว ถ้าคนจากคณะอื่นมาก็จะโดนแซว โดนซักว่ามาจากคณะไหน แต่ปะป๊าก็ให้ไป จะได้ไปเปิดตัวด้วย
ปะป๊ายังเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน ยังคงเสมอต้นเสมอปลายตั้งแต่เริ่มคบกัน จนถึงทุกวันนี้
ยังคงไปรับส่งทานข้าว หลังๆมาเราทานข้าวกลางวันด้วยกันเกือบทุกวันที่ว่าง แต่ตอนเย็นนี่เกือบทุกเย็น
พาไปดูหนัง ไปส่งช้อปปิ้ง โทรศัพท์มาหาทุกวัน ช่วยทำการบ้านวิชาภาษาไทยให้ ช่วยทำรายงานให้
เวลามะมี๊งอนๆ ปะป๊ามักจะง้อโดยการชวนไปกินไอศครีมเสมอ
เพราะปะป๊ารู้ดีว่ามะมี๊ถ้าได้กินไอศครีมแล้วจะยอมดีด้วย
มะมี๊เลยบอกว่า ถ้ามีลูกด้วยกัน จะตั้งชื่อลูกว่าไอศครีมนะคะ ปะป๊าก็โอเค ก็เลยเป็นชื่อหนูทุกวันนี้ไงคะ ^v^
ปะป๊าน่ารักกับมะมี๊มาตลอด ทุกวันปีใหม่จะมีของขวัญให้
ปะป๊ากับมะมี๊จะมีของขวัญมา surprize กันเสมอๆ แต่ละปีนอกจากจะคิดว่าจะให้อะไรกันดีแล้ว ก็ต้องคิดที่ซ่อนของขวัญ และมุขต่างๆนานา บางปีเอาไว้หลังรถ บางปีเอาไว้ในเก๊ะรถ บางปีเอาไว้ใต้เบาะรถ บางปีก็แอบเอามาไว้ในห้อง สนุกสนานกันมาก
ทุกวันวาเลนไทน์ ปะป๊าจะมีดอกไม้ช่อโตพร้อมการ์ดมาให้ทุกๆปี ดอกไม้จะเป็นดอกทิวลิปที่มะมี๊ชอบ แต่ถ้าบางปีไม่มีหรือแพงจนเกินไป ปะป๊าก็จะให้ดอกกุหลาบใส่กระโปรงจัดเป็นช่อมาให้มะมี๊
ส่งมาให้ตั้งแต่เรียนจนมาถึงตอนทำงาน พอโตๆมาหน่อย ปะป๊าเริ่มกล้าที่จะเอาดอกไม้มาให้มะมี๊ต่อหน้าเพื่อนๆมะมี๊แล้ว ^v^
ทุกๆวันเกิด พอเที่ยงคืนปุ๊ป ปะป๊าจะส่งข้อความมาทางเพจเจอร์ พอมีมือถือก็ส่ง SMS มาให้เป็นคนแรกตอนเที่ยงคืนทุกๆปี แล้วก็จะโทรศัพท์มา Happy Birthday
จนพอถึงวันเกิด มะมี๊ก็รู้โดยสัญชาติญาณว่าปะป๊าจะส่งข้อความมาเป็นคนแรกเสมอ และทั้งวันที่โทรมาจะบอก Happy Birthday ฮะ ก่อนทุกครั้งที่จะคุยกัน
ปะป๊าจะให้ของขวัญวันเกิดที่มีค่ากับมะมี๊เสมอ
ของขวัญวันเกิดที่มะมี๊ภูมิใจที่สุด คือปะป๊าหารายได้เสริมโดยการสอนพิเศษน้องๆม.ปลาย พอได้เงินมาก็เอามาซื้อแหวนทองประดับเพชรให้มะมี๊ ถึงแม้จะเป็นเพชรเม็ดเล็กๆ แต่ก็มีคุณค่ามากมายสำหรับมะมี๊ เป็นความตั้งใจ และทำให้ด้วยใจของปะป๊า มะมี๊ใส่ติดนิ้วไว้เสมอจนกระทั่งแต่งงานกัน
แล้วอีกชิ้นก็คือ เพจเจอร์ ปะป๊าเอาเงินจากที่สอนพิเศษเช่นกัน มาซื้อ Scriptor II ให้มะมี๊

ตอนนั้นเป็นรุ่นที่ฮิตมาก แล้วก็แพงมาก ถึงแม้ทุกวันนี้จะไม่มีเพจเจอร์แล้ว แต่มะมี๊ก็ยังเก็บเพจเจอร์และข้อความทั้งหมดไว้เป็นที่ระลึกของเราอยู่
นอกนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นเครื่องประดับ ต่างหู สร้อยคอ จี้ นาฬิกา บลาๆๆ
ปะป๊าจะรู้ว่ามะมี๊ชอบเครื่องประดับที่เป็นรูปหัวใจ ส่วนใหญ่เลยเป็นรูปหัวใจเกือบทั้งหมด มีบางอย่างที่มะมี๊ทำหายไป มะมี๊เสียใจมากๆ แต่ปะป๊าบอกว่าไม่เป็นไร ของนอกกาย ยังไงเราไม่ตายก็หาใหม่ได้ ไม่ต้องเสียใจ มะมี๊ดีใจที่ปะป๊าคอยอยู่เคียงข้าง ปลอบใจและให้กำลังใจมะมี๊มาตลอด


ปะป๊ากับมะมี๊เกิดเดือนและปีเดียวกัน ห่างกัน 4 วัน เลยมีวันพิเศษอีกวันคือ Mid-Birthday เราจะเลี้ยงวันเกิดของเราพร้อมกันทุกวัน Mid BD นี้ พอทำงานมีรายได้ ทุกวันเกิดของทุกปี เราจะไปทำบุญเลี้ยงเด็กกำพร้าตามที่ต่างๆในเชียงใหม่
ส่วนของขวัญที่มะมี๊ให้ปะป๊าส่วนใหญ่ จะเป็นงาน Hand made เช่นซองใส่แว่นตารูปหมาจิ้งจอก ครอสติช หมอนรูปหัวใจ หมอนปักข้อความสี่เหลี่ยมลูกเต๋า

ขวดใส่ทรายสีเพ้นท์ตัวอักษร ผ้าพันคอ นาฬิกาปลุกรูปมะมี๊ ขวดแก้วเพ้นท์อักษร I love you ภาษาต่างๆใส่สิงโต(สัญลักษณ์แทนตัวปะป๊าตอนปะป๊าไว้ผมยาว) บลาๆๆ
ของทุกอย่าง ทุกวันนี้ปะป๊ายังเก็บไว้ในห้องนอนเก่าของปะป๊าอยู่นะคะ
นอกจากนี้ก็มีจดหมาย การ์ดที่มะมี๊เขียนให้ปะป๊าในวันเทศกาลต่างๆ

มะมี๊ว่าการเขียนการ์ดให้กัน ดูมีคุณค่าน่ารักษาแล้วก็ classic กว่า E-card ที่เค้าส่งๆกันสมัยนี้อีกเนอะ
ส่วนของที่ซื้อมามั่งก็มี นาฬิกา แหวน กระเป๋าเงิน ประมาณนี้แหละ


ชื่อปะป๊าสะกดภาษาอังกฤษจะขึ้นต้นด้วยตัว K เวลามะมี๊เรียกปะป๊า จะเรียกว่าเคจัง ^v^
ตอนเช้าๆ มะมี๊ก็จะเพจข้อความหวานๆ ปลุกให้ปะป๊าไปเรียน ปะป๊าก็เรียนมั่ง ไม่เรียนมั่ง
ช่วงนั้นจะเพจหากันทั้งวัน ทุกวันเลย มะมี๊จดทุกข้อความที่ปะป๊าส่งมาให้ด้วยแหละ
เวลาสอบก็อ่านหนังสือด้วยกัน เป็นคู่รักที่ช่วยกันเรียน ไม่ได้เหลวไหล
วันไหนปะป๊าอ่านหนังสือข้ามคืน วันสอบมะมี๊ก็จะเพจไปปลุกปะป๊าให้ไปสอบ
ที่เราจบมากันทุกวันนี้ เพราะว่าเราช่วยกันเรียน

มะมี๊เรียนสบายๆ จบด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2(โดยมีปะป๊าช่วยทำการบ้านภาษาไทยให้^^)
ส่วนปะป๊าเปอร์ไปครึ่งปี แต่ก็พยายามจบให้ได้ เพื่อจะให้ได้รับปริญญาพร้อมกันกับมะมี๊
มะมี๊ก็ไปช่วยปะป๊าทำ Project ช่วยปะป๊าทดลอง ช่วยหั่นหอมให้
ทดลองแล้ว ทดลองเล่า(ปะป๊าผลิตเครื่องอบแห้งต้นหอม)
แล้วในที่สุด ปะป๊าก็จบมารับปริญญาพร้อมมะมี๊จนได้^^

ตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา ปะป๊าและมะมี๊ผ่านเรื่องราวต่างๆมามากมาย ฝ่าฟันอุปสรรคและสิ่งต่างๆมาหลายอย่าง

ปะป๊าไปหางานที่กรุงเทพ ชลบุรี ทำงานโรงแรมที่เชียงใหม่แล้วไปทำงานกรุงเทพ แล้วก็กลับมา ระหว่างนั้นเราก็ติดต่อกันตลอด ปะป๊ายังคงโทรมาหามะมี๊ทุกวัน(สมัยนั้นเริ่มมีมือถือใช้กันแล้ว)
ส่วนมะมี๊ทำงานที่เชียงใหม่ แล้วก็ไปฝึกงานที่พิษณุโลก ก็ยังติดต่อกันเรื่อยมา
ระหว่างนั้น มีสิ่งทดสอบจิตใจเรามากมาย แล้วปะป๊า มะมี๊ ก็ผ่านมาได้ ด้วยความซื่อสัตย์ ความรัก ความมั่นคงที่เรามีให้แก่กัน
ปะป๊า มะมี๊เกือบจะได้เลิกกัน แต่ปะป๊าก็ได้พิสูจน์ตัวเองจนมะมี๊ยอมรับปะป๊าอีกครั้ง
จนมาถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2548 วันที่ปะป๊า มะมี๊แต่งงานกัน
http://papamameicecream.diaryclub.com/20071113/0/0/LooKiNg_BacK_OuR_WeDdInG_PaRt_2.html
รวมเวลาที่เรารู้จักกันทั้งหมด 13 ปี และเป็นแฟนกันมา 11 ปี
ผ่านเรื่องราวมาหลายอย่าง ทั้งทุกข์และสุขร่วมกัน
มะมี๊เคยถามปะป๊าว่า แล้วเราจะรักกันไปอีกนานแค่ไหน ปะป๊าก็บอกว่าก็ตลอดไปสิคะ
ปะป๊าเคยสัญญากับมะมี๊ว่า หากเราแก่เฒ่าเป็นตายาย เราก็จะจูงมือกันเดินตลอดไป @^v^@
สิ่งที่สำคัญสำหรับเรา 2 คนคือการท่องเที่ยว ทุกปี ถ้ามีเวลาและโอกาส เราจะหาสถานที่ไปเที่ยวกันเสมอ
เพราะปะป๊าถือคติที่ว่า เราควรเที่ยวในขณะที่เรายังมีแรงกันอยู่ เพราะถ้ามัวเก็บเงินเอาไว้ไปเที่ยวตอนแก่ เราก็อาจไม่มีแรงเที่ยวแล้ว
เราจึงได้ไปเที่ยวหลายๆที่ด้วยกัน






ได้ไปร่วมเหตุการณ์ และสถานที่ต่างๆด้วยกัน ได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ และเก็บเกี่ยวความประทับใจร่วมกัน ร่วมสร้างเป็นความทรงจำของสองเรา
และวันที่ 23 สิงหาคม 2549 ที่หนูถือกำเนิดมาบนโลกใบนี้ มาเป็นโซ่ทองคล้องใจปะป๊า กับมะมี๊ ขอบคุณหนูมากนะคะ ที่มาช่วยเติมเต็มชีวิตของพวกเรา (^_^)(^v^)
จากนี้ไป ไม่ว่าปะป๊า มะมี๊จะไปเที่ยวที่ไหน ก็จะพาหนูไปกับเราด้วยเสมอ ก็เราเป็นครอบครัวเดียวกันนี่เนอะ












และวันนี้ ก็เป็นวันครบรอบบอกรัก ปีที่ 12 ของปะป๊า มะมี๊
ตอนเช้า เราก็ไปทำงานตามปกติ

มะมี๊ เตรียมการ์ดปีใหม่ที่จะส่งให้กับลูกค้า เซ็นชื่อเสร็จหมดแล้ว เหลือแต่ใส่ชื่อที่อยู่ลูกค้า
ตอนบ่าย ปะป๊าไปออกรอบกับเพื่อนๆ ทีแรกมะมี๊ก็น้อยใจ คิดว่าปะป๊าคงลืมวันสำคัญของเรา
ตอนเย็นปะป๊าโทรมาบอกว่าไม่ลืมหรอก เดี๋ยวเย็นนี้จะทำอะไรอร่อยๆให้ทานนะคะ
พอรับลูกกลับมาถึงบ้าน ปะป๊าก็เตรียมอาหารใกล้เสร็จแล้ว

ปะป๊าเลือกทำสเต็กหมูให้ทาน

แล้วก็สปาเก็ตตี้คาโบนาร่าไส้กรอก ของโปรดมะมี๊

วันพิเศษของปะป๊ามะมี๊ ก็เป็นวันพิเศษของหนูด้วย อาหารของหนูค่า ปะป๊าทำไปพร้อมกันเลย

มีสลัดด้วย

แล้วก็มีตือคาโคอีกต่างหาก

ตบท้ายด้วยของหวานคือ ลูกพีชลอยแก้ว
อร่อยมากมาย^^ ขอบคุณมากๆนะคะปะป๊า
ทานด้วยกันไปพร้อมๆกัน 3 คน ปะป๊า มะมี๊ ไอศครีม

ไหนๆ ยังไม่เห็นไอศครีมเลย มาโชว์ตัวหน่อยสิคะ
(มะมี๊เอาผ้าคาดผมมาผูกเป็นโบว์ที่ตัวหนูด้วย จะได้เป็นเหมือนของขวัญชิ้นพิเศษที่สุดของปะป๊า มะมี๊)

หนูเป็นของขวัญล้ำค่าของปะป๊า มะมี๊นะคะ

มะมี๊รักหนูที่สุดในโลกเลย
ปล. ขอบคุณปะป๊า สำหรับทุกสิ่งที่ทำให้เสมอมา และตลอดไป
รักปะป๊าและไอศครีมที่สุดในโลกเล้ยยย